Breaking News
Loading...
วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551

บทบังคับใช้กฎหมาย
ในการกำหนดบทบัญญัติทางกฎหมายขึ้นมาให้มีผลบังคับใช้ต่อส่วนรวมของสังคมนั้น เริ่มต้นขึ้นมาจากมือของคนเพียงไม่กี่คนในปี 2475 ช่วงเวลาต่อจากนั้นก็ดูเหมือนจะวนเวียนอยู่ในภาวะการณ์เช่นนั้นตลอดมาโดยมีคนเพียงไม่กี่คนเป็นผู้กำหนดเนื้อหาสาระที่สำคัญของกฎหมาย แม้ว่าการร่างกฎหมายเหล่านั้นจะถูกกลั่นกรองมาหลายลำดับชั้นมีการนำเข้าพิจารณาไตร่ตรองถึงผลดีผลเสียอย่างเข้มข้น แต่บทสรุปก็มักจะลงเอยไปตามที่เคยเป็นมานับแต่บรรพกาล นั่นคือ การสรุปลงในข้อที่ว่าผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะไม่มีวันถึงมือของประชาชนอย่างแน่นอน แลผลประโยชน์ที่ได้รับไม่มีวันเป็นของประเทศชาติอย่างแน่นอน เพราะผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจกำหนดไว้ก่อนแล้วว่าจะต้องเป็นของตนและพวกพ้องเป็นลำดับแรก ประเทศชาติและประชาชนเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในภายหลัง ... อดีตหรือปัจจุบันยังคงเป็นไปตามวัฏจักรของการเมือง และเผื่อแผ่ไปถึงอนาคตอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
คิดอย่างคนโง่คนหนึ่งเกี่ยวกับการเมืองยุคปัจจุบัน
ทำไมกฎหมายจะต้องผ่านการพิจารณาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ? ในเมื่อไม่มีใครอาจหาญมารับรองได้ว่า
บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหล่านั้นมีความรู้เพียงพอ ?
บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหล่านั้นมีคุณธรรมเพียงพอ ?
บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหล่านั้นเข้ามาในสภาด้วยความถูกต้อง เที่ยงตรง ?
บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหล่านั้นจะมองเห็นความสำคัญของประเทศชาติ ประชาชน มากกว่าตนและพวกพ้อง ?
กฎหมายที่สร้างปัญหากับนักการเมืองมากที่สุดก็คือ กฎหมายเกี่ยวกับสภาวะต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อการเป็นนักการเมืองอาชีพ เช่น พระราชบัญญัติทั้งปวงเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมถึง กฎ ข้อบังคับ ระเบียบที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีออกมาบังคับใช้เป็นระยะ เพื่อกำกับดูแลและควบคุมการกระทำผิดกฎหมาย และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ แต่นั่นดูเหมือนจะเป็นปัญหาหนักอกของฝ่ายการเมืองที่ทำให้ต้องมีการขอแก้ไขกฎหมายในเรื่องเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง อะไรคือปัญหาที่แท้จริง ?
แต่โบราณกาลนานมา กฎ ออกมาบังคับใช้ต่อผู้คนในสังคมเมื่อมีการกระทำที่ไม่สมควรเกิดขึ้นทำให้สังคมเดือดร้อน ดังนั้น กฎ จึงไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นมาจากการนึกคิดเอาเองเพราะมันไม่มีมูลเหตุที่จะต้องไปควานหาชื่อเรื่องให้ปวดสมอง แต่ กฎ จึงเกิดขึ้นในภายหลังจากการพิจารณาร่วมกันของสังคมว่าการกระทำเหล่านั้นไม่ดี ไม่ถูกต้อง สถานการณ์ผ่านไป วันเวลาผ่านไป ความไม่ถูกต้องมีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ กฎ ก็มีการแก้ไขติดตามไปข้างหลังอยู่ทุกระยะ นานไป กฎ เหล่านั้นกำลังย้อนกลับคืนไปหาความไม่ถูกต้องในอดีตเช่นเคย
ทำไม ข้อบังคับของโรงเรียนจะต้องให้นักเรียนเป็นผู้กำหนด ?
ทำไม ข้อบังคับของตำรวจจะต้องให้โจรเป็นผู้ร่างขึ้นมา ?
ทำไม ราคาสินค้าในตลาดจะต้องให้ชาวบ้านเป็นผู้กำหนด ?
ทำไม กฎหมายเกี่ยวกับนักการเมืองจะต้องให้นักการเมืองเป็นผู้ยกร่าง ในเมื่อประเทศชาติยังมี นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ไม่มีส่วนได้เสียกับการเมืองอีกมากมาย ทำไม ? ไม่ใช้คนนอกมาร่างกฎหมายเหล่านี้
เหตุผลก็คือ นัการเมืองจะพูดว่า คนนอกไม่เข้าใจการเมืองเท่ากับนักการเมือง
เหตุผลที่แท้จริงก็คือ นักการเมืองกลัวว่าจะถูกปิดกั้นโอกาส ... เกี่ยวกับอะไรก็ไม่ทราบ เพราะคนนอกเหล่านั้นคือนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีการตืดตามศึกษาวิจัยพฤติกรรมของการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง เข้าใจถึงพฤคิการณ์ทางการเมือง เข้าใจถึงพฤติการณ์ของนักการเมืองแต่ละคนอย่างถี่ถ้วน
..ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน จะเริ่มมีคนมาสนใจมากกว่าผลประโยชน์ของตนและพวกพ้องเมื่อไรหนอ ?